Gold Investor Club by OAK

ทองปิดลบ 60 เซนต์ เหตุดอลล์แข็งกดดันตลาด

152

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงในวันพฤหัสบดี (20 ม.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี สัญญาทองคำขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซียยังคงเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

  • ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 60 เซนต์ หรือ 0.03% ปิดที่ 1,842.60 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 48.5 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 24.716 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 22.4 ดอลลาร์ หรือ 2.18% ปิดที่ 1,050.8 ดอลลาร์/ออนซ์
  • สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. พุ่งขึ้น 65.30 ดอลลาร์ หรือ 3.3% ปิดที่ 2,073.70 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาทองคำปิดตลาดในแดนลบ เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ส่งผลให้สัญญาทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.22% แตะที่ 95.7251 เมื่อคืนนี้

อย่างไรก็ดี นักลงทุนจำนวนมากยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและรัสเซีย โดยสหรัฐกังวลว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย อาจตัดสินใจบุกยูเครนเช่นเดียวกับที่ได้ใช้กำลังทหารผนวกคาบสมุทรไครเมียในปี 2557 โดยขณะนี้รัสเซียส่งกำลังทหารเกือบ 100,000 นายเข้าประชิดชายแดนยูเครน และอาจเพิ่มกำลังพลเป็น 2 เท่าในเร็วๆ นี้

ทางด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ขู่ว่า รัสเซียจะเผชิญกับการคว่ำบาตรทางการเงิน เศรษฐกิจ และมาตรการอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงการห้ามไม่ให้ใช้สกุลเงินดอลลาร์ หากรัสเซียบุกโจมตียูเครน

“ผมคาดว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเคลื่อนกำลังทหารเข้าไปในยูเครน พันธมิตรและเพื่อนของเราพร้อมที่จะตอบโต้รัสเซียอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรัสเซียอย่างมีนัยสำคัญ และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมาอาจรวมถึงการจำกัดไม่ให้รัสเซียเข้าถึงดอลลาร์สหรัฐ” ปธน.ไบเดนกล่าวในงานแถลงข่าวครบรอบ 1 ปีของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ

โดย : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 65)

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

%d bloggers like this: